ประกาศรายชื่อผู้บริหารการศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกรางวัลหนึ่งแสนครูดี ประจำปี 2554


ที่มา :  ครูบ้านนอก.คอม

Advertisements

“สุเมธ” จับมือคุรุสภา สานต่อโทรทัศน์ครู สร้างเครือข่าย วงการครู


           “สุเมธ” หวังก้าวต่อไปโทรทัศน์ครู จับมือคุรุสภา รวมพลังสร้างเครือข่ายเปลี่ยนแปลงวงการครูไทย

ที่สยามสมาคม นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(เลขาธิการ กกอ.) กล่าวระหว่างเป็นประธานการแถลงข่าวก้าวสู่ปีที่ 2 ของโทรทัศน์ครู ว่า ในรอบ 1 ปีที่รายการโทรทัศน์ครู ได้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในแง่ของนวัตกรรมที่จับต้องได้ ทำให้ครูมีตัวอย่างการเป็นครูที่ดี รวมถึงทำให้เกิดสังคมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และครูมีการทบทวนการสอนของตัวเองและครูคนอื่น ยอมรับว่า ไม่ได้คาดหวังว่า โครงการโทรทัศน์ครูจะได้รับความสนใจและมีสมาชิกมากถึงกว่า 1 แสนคน ซึ่งนับเป็นจำนวน 1 ใน 6 ส่วนของจำนวนครูประจำการทั่วประเทศ 6 แสนคน มากพอสำหรับการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในวงการครูไทยได้ ทั้งนี้ ก้าวต่อไปของโทรทัศน์ครูในปี 2555 จะต้องเน้นการพัฒนากระบวนการสื่อสารในเครือข่ายครูที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องให้มีประสิทธิภาพ โดยเสนอให้ รศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ในฐานะผู้อำนวยการโครงการโทรทัศน์ครู จับมือกับคุรุสภาเพื่อสร้างเครือข่ายให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น เพราะคุรุสภาเป็นองค์กรสภาวิชาชีพครู ดังนั้นน่าจะหน้าที่ตรงนี้ได้ดี อ่านเพิ่มเติม

เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์และยังไม่จบภาพบังคับ เรียน กศน.ได้


แต่ต้องมีหนังสือส่งตัวจากเขตพื้นที่ฯ กันลงทะเบียนเรียนซ้ำซ้อน

         นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(สำนักงาน กศน.) เปิดเผยว่า
ปัจจุบันพบว่ายังมีผู้ไม่เข้าใจเกี่ยวกับการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ว่าสถานศึกษาสังกัดสำนักงาน กศน.มีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุนประสานงาน และจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่อยู่นอกระบบ ได้มีโอกาสที่จะเลือกเรียนในสิ่งที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต และตามความต้องการของตนเอง ชุมชน สังคม ประเทศ เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการรับสมัครนักศึกษา กศน. มีการกำหนดคุณสมบัติไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยหลักฐานในการรับนักเรียน นักศึกษาเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ. 2548 เป็นประชาชนทั่วไป ที่ไม่ได้อยู่ในระบบโรงเรียน และมีพื้นความรู้ในแต่ระดับ ตามระเบียบที่กำหนดไว้ อ่านเพิ่มเติม

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5 รับสมัคร 9 อัตรา


เรียน:ครูอัตราจ้างหรือลูกจ้างชั่วคราวจากเงินงบประมาณหรือเงินรายได้ของสถานศึกษา พนักงานราชการ

          ประกาศ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5 เรื่อง การคัดเลือกครูอัตราจ้างหรือลูกจ้างชั่วคราวจากเงินงบประมาณหรือเงินรายได้ของสถานศึกษา พนักงานราชการ เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตาแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสานัก งานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5 กรณีที่มีความจาเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ด้วย อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5 จะดาเนินการคัดเลือกครูอัตราจ้างหรือลูกจ้างชั่วคราวจากเงินงบประมาณหรือเงินรายได้ของสถานศึกษา พนักงานราชการ เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู ตาแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจาเป็นหรือมีเหตุพิเศษ อาศัยอานาจตามความในมาตรา 23 มาตรา 50 และมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ประกอบกับหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กาหนด ตามหนังสือสานักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.6/ว 3 ลงวันที่ 27 เมษายน 2553 และหนังสือสานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ที่ ศธ 04009/ว 3344 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2554 และโดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5 ในคราวประชุมครั้งที่ 5/2554 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2554 จึงประกาศรับสมัครคัดเลือกครูอัตราจ้างหรือลูกจ้างชั่วคราวจากเงินงบประมาณหรือเงินรายได้ของสถานศึกษา พนักงานราชการ เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู ตาแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5 สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ [ คลิกดูรายละเอียด ]

ที่มา :  สพฐ.

สพฐ.รับลูก”วรวัจน์”ผุดหลักสูตรแท่งใหม่เน้นอาชีพในโรงเรียน


นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ได้มอบนโยบายองค์กรหลักที่มีสถานศึกษาในสังกัดให้เน้นการจัดการศึกษาให้มีความเชื่อมโยงกับอาชีพนั้นว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้เตรียมดำเนินการการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนและสัดส่วนของเวลาเพื่อให้นักเรียนได้เรียนภาคปฏิบัติเกี่ยวกับวิชาชีพเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการให้นักเรียนมีเจตคติเกี่ยวกับวิชาชีพ ซึ่งจะเริ่มส่งเสริมตั้งแต่ระดับประถมศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยให้มีการจัดการเรียนการสอนและปฏิบัติเกี่ยวกับวิชาชีพเพิ่มมากขึ้น โดยจะเน้นให้นักเรียนได้มีเจตคติ และทักษะเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ โดยจะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นในทุกระดับ โดยในระดับประถมศึกษา จะเน้นให้เด็กได้รับรู้ มีเจตคติที่ดีต่อการทำงาน และแสวงหาความชอบของตนเอง ส่วนระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย จะเน้นการเตรียมความพร้อมสู่การประกอบอาชีพ ทั้งนี้ความเข้มข้นของการส่งเสริมในเรืองดังกล่าวจะมีความเข้มข้นมากที่สุดในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งจะเน้นส่งเสริมทั้งโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขนาดกลางและโรงเรียนขนาดใหญ่ คลิกเพื่ออ่านต่อค่ะ

“วรวัจน์” เตรียมตั้งโครงการปลดหนี้ครู 5 หมื่นล้านบาท


 หัวข้อข่าว : ครูเฮ! “วรวัจน์” เตรียมตั้งโครงการปลดหนี้ครู 5 หมื่นล้านบาท

ครูมีหนี้มาก ได้เฮ “วรวัจน์” ผุดโครงการปลดหนี้ครู วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ใช้งบปี 55 ดำเนินการ ส่วนรายละเอียดยังไม่ชัด แต่ย้ำไม่ใช่การให้เงินครูกู้ไปโปะหนี้ เตรียมเสนอขอดึงงบ กรอ.จาก ก.คลัง มาดูแลเอง

          นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมเสนอของบประมาณปี 2555 วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการปลดหนี้ครู ซึ่งตามรายงานล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) สำรวจพบว่า ยอดหนี้สินครูทั้งหมดสูงถึง 7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีที่แล้วซึ่งตัวเลขหนี้สินครูแค่ 3 แสนล้านบาท เฉลี่ยแล้วครูมีหนี้สินประมาณคนละ 2 ล้านบาท ทั้งนี้ หนี้สินครูส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่กู้มาจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมากที่สุด สำหรับรายละเอียดของโครงการปลดหนี้ครูนั้น ยังต้องพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการในวิธีใด แต่อาจจะดำเนินการในรูปของกองทุน อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด คลิกเพื่ออ่านต่อค่ะ

ไทยรั้งท้ายการศึกษาโลก


           นางสุทธศรี วงษ์สมาน รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุมคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านการวางแผนการผลิตและพัฒนากำลังคนตามความต้องการของประเทศ ครั้งที่ 4/2554 โดยมีนายดุสิต นนทะนาคร ประธานหอการค้าไทย เป็นประธาน ที่ประชุมรับทราบผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ปี 2011 โดยไอเอ็มดี (Institute for Management Development) พบว่า แม้ผลการดำเนินงานแต่ละตัวบ่งชี้จะดีขึ้น แต่อันดับความสามารถเมื่อเทียบกับนานาชาติยัังไม่เป็นที่พอใจ เนื่องจากความสามารถในการแข่งขันทางด้านการศึกษาของไทย ในปี 2011 ไทยอยู่ที่อันดับ 51 จากทั้งหมด 59 ประเทศ ส่วนภาพรวมของไทยอยู่ในอันดับที่ 27 พบว่าอันดับต่ำกว่าปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 26 จึงมีข้อเสนอว่าควรมีการเร่งปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นเรื่องคุณภาพทั้งครู ผู้เรียน ปรับหลักสูตรการเรียนการสอน มุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ พัฒนาวิชาการให้เข้มแข็ง ควบคู่คุณธรรม จริยธรรม ให้เด็กเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ คลิกเพื่ออ่านต่อค่ะ