วิจัยฟันธง 2015 ท่องเน็ตมือถือแซงพีซี


          รายงานจากบริษัทวิจัยตลาด IDC เปิดเผยว่า การใช้โมบายอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตจะแซงหน้าการท่องเน็ตบนพีซีภายในปี 2015 นอกจากนี้ ทางบริษัทยังทำนายอีกด้วยว่า อุปกรณ์อย่าง ไอโฟน ไอแพด แอนดรอยด์โฟน และแท็บเล็ต จะเติบโตเฉลี่ยปีละ 16.6% ในขณะที่การใช้พีซีจะลดลง โดยมี”แท็บเล็ต”เข้ามาแทนที่การใช้งาน

          ยอดรวมผู้ใช้เน็ตทั่วโลกคาดว่าจะโตจาก 2 พันล้านในปี 2010 ไปเป็น 2.7 พันล้านในปี 2015 แต่ในช่วงปีดังกล่าว รูปแบบการท่องเว็บจะเปลี่ยนไปจากเดิมทีมาจากพีซีจะเปลียนเป็นการท่องเว็บด้วยอุปกรณ์โมบาย อย่างไรก็ตาม IDC ไม่ได้ประเมินว่า จำนวนการใช้พีซีท่องเว็บจะเป็นเท่าไร? แต่ทำนายว่า มันจะลดลงอย่างช้าๆ “ลืมภาพวันนี้ไปได้เลยสำหรับวิธีท่องเว็บของผู้บริโภค เพราะในไม่ช้า ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเข้าถึงเว็บด้วยอุปกรณ์โมบายมากกว่าพีซี และมันจะทำให้การใช้อินเทอร์เน็ตแตกต่างจากที่เคย” นักวิจัย IDC กล่าว อ่านเพิ่มเติม

ผู้เชี่ยวชาญฯ ชี้ “มือถือ” กำลังฆ่าคุณ ?


          สมาร์ทโฟน หรือมือถือในฐานอุปกรณ์ดิจิตอลที่ใช้ในการสื่อสารของผู้บริโภควันนี้ ไม่เพียงแต่มันจะฆ่าเวลาในขณะที่คุณเดินทาง หรือกำลังรอใครบางคน ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสรีรศาสตร์ (Ergonomics Expert) กล่าวว่า อย่างน้อยที่สุด อุปกรณ์สื่อสารเหล่านี้อาจทำให้คุณดูแก่ก่อนวัยอันควร (หลังค่อม ตาเสื่อม ฯลฯ) และทำร้ายส่วนต่างๆ ของร่างกายคุณให้เกิดอาการอย่างน้อยทีสุดคือ เจ็บปวดตามข้อต่างๆ ได้

          บทความในเว็บไซต์ New York Times ระบุว่า มือถือ โน้ตบุ๊ค และแท็บเล็ต เป็นสิ่งที่ทำให้ร่างกายของมนุษย์แย่ลงกว่าก่อนนี้มาก แม้พวกมันได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย แต่กลับส่งผลต่อสุขภาพในส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นข้อต่อ มือ หลัง และคอ ก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญฯ กล่าวว่า พนักงานที่ใช้คอมพิวเตอร์อาจจะกังวลแค่เรื่องสายตาเท่านั้น เนื่องจากโต๊ะ เก้าอี้ และคอพิวเตอร์ ได้รับการออกแบบให้ร่างกายสามารถนั่งทำงานอยู่ในท่าที่ถูกต้องได้ แต่เทคโนโลยีทีมีขนาดเล็กกว่า อย่างเช่น มือถือที่สามารถถือไว้ในมือ และไหล่ในการยกมันขึ้นใช้งานในลักษณะต่างๆ ตลอดทั้งวัน ซึ่งไม่ใช่ท่าที่ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ โดยเฉพาะเมื่อคุณไม่ได้ใช้ขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะ อ่านเพิ่มเติม

อึ๋ย~ ผลวิจัยชี้ “คีย์บอร์ด” “โทรศัพท์มือถือ” สกปรกกว่าห้องน้ำ!!!


          ” เอานิ้วจิ้มฝาชักโครกยังสะอาดกว่าจิ้มคีย์บอร์ด” ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยอริโซน่า ในสหรัฐฯ เผยผลวิจัย  “10 สิ่งสกปรกอุดมเชื้อโรคที่ถูกใช้บ่อยที่สุด”  แถม 2 อุปกรณ์ใกล้ตัวชาวไอทีอย่าง “คีย์บอร์ด” และ “โทรศัพท์มือถือ” ก็ติดอยู่ใน 5 อันดับแรกซะด้วย ใกล้ตัวชาว ARiP ขนาดนี้รู้ไว้ซะหน่อยกันไว้ดีกว่าแก้ ถ้าต้องขึ้นโรงหมอเสียตังค์ เสียเวลาแถมเจ็บตัว ดูจะไม่คุ้มกันนะ

          หากนึกถึงสิ่งสกปรกรอบๆตัว หลายคนคงชี้ไปยังห้องน้ำ หรือไม่ก็ลูกบิดที่แสนจะไกลตัวซะเหลือเกิน แต่ที่แท้จริงแล้วมันใกล้มากกว่านั้น หรืออาจเป็นเพราะมันแนบชิดสนิทติดตัวซะจนเรามองข้ามมันไป มาดูกันว่า”รายงาน 10 อันดับสิ่งสกปรกที่ถูกใช้บ่อยมากที่สุด” นั้นมีอะไรบ้าง อ่านเพิ่มเติม

“5 ตำแหน่งงานไอที” ที่ร้อนแรงสุดในไทย


          จากการสำรวจแนวโน้มสายอาชีพไอทีในปัจจุบัน พบว่ามีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ทุกบริษัททุกองค์กรสมัยนี้ล้วนขับเคลื่อนด้วยไอทีทั้งสิ้น

          ถ้ามององค์กรบริษัทเป็นยานพาหนะ ผู้บริหารเป็นคนขับ เทคโนโลยีก็คงเปรียบเสมือนเป็นเครื่องยนต์ที่จะผลักดันองค์กรไปข้างหน้า หากองค์กรไม่สรรหาเทคโนโลยีและคนสายอาชีพนี้มาดูแล ก็คงแข่งกับใครไม่ได้ (ลองนึกถึงผู้บริหารขี่รถเต่าแข่งกับขี่รถสปอร์ต) ทำให้เทคโนโลยีโดยเฉพาะคอมพิวเตอร์/ไอทีเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างมาก อ่านเพิ่มเติม

เตือน! “คลื่นแม่เหล็กในมือถือ” เสี่ยงเนื้องอกในสมอง24ชม.


องค์การอนามัยโลก ย้ำใช้มือถือมากเสี่ยงเป็นเนื้องอกในสมองโดยเฉพาะข้างที่ใช้รับสาย สบท.เผยคนไทยเสี่ยง 24 ชั่วโมง แม้เวลานอนเพราะพฤติกรรมเปิดเครื่องวางไว้หัวเตียง ระบุการใช้บลูทูธและหูฟังช่วยได้…
คลิกเพื่ออ่านต่อ

แท็บเล็ต ภาษาไทยเรียกว่าอะไร ?


แล็ปท็อปเรียก คอมพ์วางตัก   แล้วแท็บเล็ตควรเรียกอะไร ?

          ไซเบอร์ทอล์กครั้งนี้อยากชวนคุณออกความเห็น กรณีศาสตราจารย์กิติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตผู้เชี่ยวชาญภาษาและวรรณคดีไทยให้ความเห็นว่า สื่อมวลชนและบุคคลสาธารณะควรเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้คำศัพท์ตามหนังสือ ศัพท์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ราชบัณฑิตสถานได้รวบรวมไว้เพื่อใช้อ้างอิง เช่น อีเมล ให้ใช้เป็น ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์, เน็ตเวิร์ก ให้ใช้ เครือข่าย, เสิร์ช ให้ใช้ ค้นหา และที่โดดเด่นที่สุดคือ แล็ปท็อป ให้ใช้เป็นคำว่า “คอมพิวเตอร์วางตัก” แทน  คลิกเพื่ออ่านต่อ

คุณภาพชีวิตคนไทย ทำไมต้องลอกวิธีการฝรั่ง


จากการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ครั้งที่ผ่านมาผลสัมฤทธิ์แทบจะทุกวิชาที่จัดสอบได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์อย่างมากจึงเป็นที่มาของการกล่าวขานว่าการจัดการศึกษาในปัจจุบันคุณภาพตกต่ำอย่างน่าใจหาย ทั้งที่ข้อเท็จจริงการสอบโอเน็ตมีปัจจัยแทรกซ้อนหลายอย่างที่ส่งผลต่อคะแนนไม่ว่าจะเป็นวิธีการตอบ ความยาก จำนวนของข้อสอบที่มีวิชาละไม่กี่ข้อและข้อสอบแต่ละปีก็คนละชุดส่วนผู้สอบก็คนละกลุ่มกัน รวมถึงการให้ความสำคัญของนักเรียนกับการสอบก็มีไม่มากนัก การมาด่วนสรุปว่าเด็กไทยมีคุณภาพต่ำ อาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงก็ได้ คลิกเพื่ออ่านต่อค่ะ