เรียนฟรีตามฐานะ ปี 56 สพฐ.ปรับเงินรายหัวเด็กจนได้มากขึ้น


เมื่อวันที่ 21 ก.พ.55 นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำลังเตรียมปรับเปลี่ยนการอุดหนุนในโครงการเรียนฟรี เรียนดี 15 ปี อย่างมีคุณภาพในปี 2556 ใหม่ โดยจะปรับสูตรการจัดสรรการอุดหนุนในโครงการเรียนฟรี ฯให้มีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเบื้องต้นสูตรการจัดสรรจะยึดตัวนักเรียน และบริบทรอบๆโรงเรียนเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเด็กจะไม่ได้รับการอุดหนุนในโครงการเรียนฟรีฯ เท่ากันทุกคนเหมือนในปัจจุบัน โดยเฉพาะเด็กที่ยากจนหรือด้อยโอกาสจะได้รับการจัดสรรมากกว่าเด็กที่มีฐานะดี หรือมีความพร้อม ซึ่งการปรับดังกล่าวอาจจะปรับฐานการจัดสรรให้กับเด็กยากจนได้สูงขึ้นกว่าที่ได้รับในปัจจุบัน ทั้งนี้หากมีการใช้แนวทางดังกล่าวจะต้องดูในองค์ประกอบต่างๆ เช่น รายได้ของผู้ปกครองนักเรียนต่อปี พื้นที่ของโรงเรียนที่ตั้งอยู่ เป็นต้น

“การจัดสรรเงินในโครงการเรียนฟรีฯ อัตราเดียวกันหมด ก็จะไม่มีใครได้เพียงพอ เพราะเด็กที่ฐานะดีก็จะบอกว่าได้น้อยไม่มีความหมายอะไร ส่วนเด็กยากจนที่ได้รับไปก็จะบอกว่าไม่เพียงพอ ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมาปรับการอุดหนุนในรายการดังกล่าวใหม่ ซึ่งหลักๆ จะเป็นเรื่องของ ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอน ส่วนหนังสือเรียนนั้นเป็นเรื่องที่ทางโรงเรียนจัดซื้อเองอยู่แล้วคงไม่ต้องไปเปลี่ยนแแปลงอะไร” 

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวและว่า ทั้งหมดนี้เมื่อจัดทำรายละเอียดเสร็จแล้ว สพฐ.จะนำเสนอ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาต่อไป ส่วนกรณีที่เกรงว่าหากจัดสรรให้เด็กทุกคนไม่เท่าเทียมกันแล้วอาจจะมีการฟ้องร้องได้ว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้รัฐต้องจัดการศึกษาให้เด็กทุกคนเท่าเทียมกันนั้น หากจะตีความกันแบบนี้ก็คงไม่ต้องทำอะไร เพราะความจริงในปัจจุบันเด็กที่เรียนในโรงเรียนประถมศึกษา และมัธยมศึกษาที่ขาดแคลนก็ได้รับจัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มให้ในอัตราที่สูงสุดอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่น่ากังวลอะไรในเรื่องการฟ้องร้อง

นายชินภัทร กล่าวต่อไปว่า สำหรับความคืบหน้าของโครงการเรียนฟรีฯ ในปี 2555 นั้น ยังจะใช้แนวทางการจัดสรรเดิมไปก่อน โดยจะแจกเงินสดให้กับผู้ปกครอง เพื่อนำไปซื้อชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอน ส่วนแนวคิดการนำบัตรสมาร์ทเพิร์สมาใช้นั้น นายสุชาติ ให้ยกเลิกโดยให้เหตุผลว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะมีนักเรียนประมาณ 8 ล้านคน ที่จะต้องจัดทำฐานข้อมูลต่างๆ หากทำไม่เรียบร้อยก็อาจจะมีปัญหาได้

ที่มา :  ครูบ้านนอก.คอม