ไมโครซอฟท์ร่วมวงแอปเปิลคว่ำบาตร “Flash”


          ดูเหมือนว่าอนาคตของรูปแบบไฟล์ภาพเคลื่อนไหวนามสกุลแฟลช (Flash) ในตลาดอุปกรณ์พกพานั้นมีความเสี่ยงถูกหรี่แสงลงเรื่อยๆ เพราะยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตระบบปฏิบัติการระดับโลกทยอยไม่สนับสนุนแฟลชอย่างชัดเจน โดยไมโครซอฟท์ยอมรับว่าระบบปฏิบัติการวินโดวส์เวอร์ชันใหม่ล่าสุด “วินโดวส์ 8 (Windows 8)” เวอร์ชันมุมมอง Metro View สำหรับอุปกรณ์แท็บเล็ตหน้าจอทัชสกรีนนั้นจะไม่รองรับแฟลชและโปรแกรมลูกเล่นเสริม (plug-in) อื่นๆ ถือเป็นการเดินตามรอยคู่แข่งอย่างแอปเปิลซึ่งตั้งใจคว่ำบาตรให้อุปกรณ์พกพาทั้งไอโฟน ไอแพด และไอพ็อดทัชไม่รองรับแฟลชมาตลอด
Dean Hachamovitch หัวหน้าทีมพัฒนาเว็บเบราว์เซอร์ไออี (Internet Explorer) ประกาศชัดเจนว่า Windows 8 เวอร์ชันมุมมอง Metro View จะรองรับมาตรฐานเว็บไซต์ HTML5 เท่านั้น โดยหากมีการเปิดเว็บไซต์ที่มีรูปแบบไฟล์เคลื่อนไหวอื่นอย่าง ActiveX ระบบปฎิบัติการจะส่งผู้ใช้ออกจากมุมมอง Metro ไปยังมุมมองคลาสสิกสไตล์คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะดั้งเดิมแทน

Hachamovitch อธิบายเหตุผลในการพัฒนาเบราว์เซอร์ IE เวอร์ชันสำหรับอุปกรณ์หน้าจอสัมผัสที่ไม่รองรับแฟลชและโปรแกรมเสริมอื่นๆว่า ต้องการยกระดับการยืดอายุแบตเตอรี่เครื่องและความปลอดภัย รวมถึงความเสถียรและปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับแอปเปิลที่ไม่สนับสนุนแฟลชในสินค้าตระกูลพกพาของตัวเอง

“การทำให้เบราว์เซอร์เข้ากันได้กับเทคโนโลยี plug-in เดิมๆนั้นจะลดค่าประสบการณ์ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนวินโดวส์ 8 หน้าโปรแกรมแบบ Metro ลง มากกว่าที่จะพัฒนาขึ้น” Hachamovitch ระบุในบล็อกของไมโครซอฟท์

แน่นอนว่าเรื่องนี้ บริษัทอโดบี (Adobe) ซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีแฟลชนั้นออกมาปกป้องแฟลชในทันที โดยระบุว่าแม้อุปกรณ์พกพาของไมโครซอฟท์จะไม่รองรับแฟลช แต่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊กก็จะยังรอบรับแฟลชได้อยู่ดี เท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้แฟลชสามารถอยู่ยงในสังเวียนมาตรฐานเว็บได้ต่อไป

“เราคาดว่าคอมพ์ตั้งโต๊ะระบบปฏิบัติการวินโดวส์จะได้รับความนิยมต่อเนื่องอีกหลายปี ซึ่งคอมพ์เหล่านี้จะสนับสนุนแฟลชได้ ทั้งเกมออนไลน์และวิดีโอที่พัฒนาบนเทคโนโลยีแฟลช” ตามคำกล่าวของผู้บริหารอโดบีในรายงานของ Wired.com

            นี่ถือเป็นอีกขวากหนามของเทคโนโลยีอโดบีในวงการอุปกรณ์พกพา ก่อนหน้านี้ แฟลชถูกแอปเปิลสั่งแบนแบบต่อเนื่องในระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพาของแอปเปิล จนล่าสุด
แอปเปิลตัดสินใจไม่สนับสนุนแฟลชทั้งในสินค้ากลุ่มคอมพิวเตอร์พกพาอย่าง MacBook Air รุ่นปี 2010 ซึ่งทำให้คอมพ์พกพาหน้าจอ 11 นิ้วนี้มีแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นอีก 2 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิลก็ยังพัฒนาให้แอนดรอยด์ (Android) สามารถรองรับแฟลชต่อเนื่องในปัจจุบัน (นับตั้งแต่เวอร์ชัน 2.2 หรือ Froyo) ทำให้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์หลากรุ่นในท้องตลาดสามารถแสดงผลแฟลชได้เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ แม้จะทำได้ไม่ดีนักเพราะแฟลชนั้นต้องการทรัพยากรสูงในการทำงาน ทั้งหมดนี้นักวิเคราะห์เชื่อว่ายังไม่ชัดเจนว่าแอนดรอยด์จะยังรองรับแฟลชต่อไปหรือไม่ เพราะแฟลชคือ 1 ในจุดขายที่สำคัญของแอนดรอยด์ ขณะเดียวกันแฟลชก็ทำให้แท็บเล็ตแอนดรอยด์ไม่เร็วทันใจเหมือนแท็บเล็ตแบรนด์อื่น

นอกจากนี้ ยังมีระบบปฏิบัติการคิวเอ็นเอ็กซ์ (QNX) ในแท็บเล็ตตระกูลบีบีอย่างเพลย์บุ๊ก (BlackBerry PlayBook) ที่สามารถรองรับแฟลชได้อย่างไร้ที่ติ ซึ่งการทดลองโดย Wired.com
พบว่าเกมและเว็บไซต์แฟลชนั้นสามารถทำงานบนเพลย์บุ๊กได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับแท็บเล็ตแบรนด์อื่น

ข่าวนี้ถือเป็นอีกหนึ่งชัยชนะของ HTML5 ซึ่งกำลังมาแทนที่มาตรฐานภาพเคลื่อนไหวอย่าง Adobe Flash ปัจจุบันมาตรฐาน HTML5 ถูกใช้ในบริการวิดีโอสตรีมมิ่งเพื่อการดูวิดีโอออนไลน์แบบลื่นไหลบนไอแพด โดยการสำรวจประจำเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่าวิดีโอบนเว็บไซต์ทั้วโลกกว่า 63% นั้นรองรับมาตรฐาน HTML5 ทั้งสิ้น สวนทางกับแฟลชซึ่งกำลังลดบทบาทลง

และแม้แฟลชจะลดบทบาทลง แต่อโดบีก็ไม่ได้ยอมลดบทบาทตาม โดยกำลังพัฒนาเครื่องมือแปลงไฟล์แฟลชให้รองรับมาตรฐาน HTML5 ในชื่อ Edge ซึ่งกำลังเปิดให้นักพัฒนาทดสอบอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกันยังมีแพลตฟอร์มการทำงานใหม่ Adobe AIR เพื่อให้นักพัฒนาสามารถใช้ไฟล์แฟลชและเครื่องมืออื่นในการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันแบบสแตนอโลนเพื่อใช้ในอุปกรณ์พกพาด้วย

ที่มา :  bcoms.net