สสวท. แนะไม่ต้องแจกแท็บเล็ตให้เด็กทุกคน บ้านรวยไม่ต้องให้ เด็กประถมต้องมีคนดูแลใกล้ชิด


          นางพรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) แสดงทัศนะต่อนโยบายแจกแท็บเล็ตของพรรคเพื่อไทยว่า การแจกแท็บเล็ตกับคนทั่วประเทศ ควรต้องดูระดับการศึกษา ความพร้อมที่จะใช้เทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม เด็กในระดับมัธยมศึกษาจะสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้ด้วยตนเอง แต่เด็กในระดับประถมศึกษา ไม่ควรให้เข้าเรียนรู้ด้วยตนเอง ต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญครูต้องมีความรู้ในเรื่องของเทคโนโลยีเป็นอย่างดีและไม่จำเป็นต้องแจกแท็บเล็ตให้แก่นักเรียนทั้งหมด ควรเลือกเฉพราะเด็กที่ผู้ปกครองไม่สามารถหาเงินมาซื้อแท็บเล็ตได้เท่านั้น 

          สำหรับหลักสูตรการศึกษาคอมพิวเตอร์นั้น ต้องเอื้ออำนวยให้ครูทุกคนศึกษาในเรื่องของการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และส่งเสริมเยาวชนให้เรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ต้องจัดอบรมครูในเรื่องนั้นๆด้วย เพื่อการพัฒนาที่ดีขึ้น จึงอยากให้รัฐบาล สนับสนุนในเรื่องของการศึกษา โดยเริ่มจากสถานศึกษาต่างๆ เปลี่ยนระบบเวลาการเรียนการสอนใหม่

          ” ต้องแบ่งเวลาการเรียนวิชาต่างๆในเวลาเรียนที่เหมาะสมและให้นักเรียนทำกิจกรรมมากขึ้น เด็กจะได้มีทักษะและมีความพร้อมในการศึกษาเรื่องต่อไปมากขึ้น สุดท้ายนี้ ในเรื่องของการพัฒนาครู ครูทุกคนต้องมีประสิทธิภาพ ต้องมีความรู้ลึกในวิชาที่สอนเป็นอย่างดีและมีจำนวนครูที่เพียงพอ” นางพรพรรณ กล่าว

           ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ได้มีพิธีเปิดการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 23 ณ Hall A ศูนย์ประชุมพีช โรงแรมรอยัล คลีฟ บีช รีสอร์ท พัทยา การแข่งขันครั้งนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) รวมกับหน่วยงานหลัก 7 แห่ง คือ มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) และเมืองพัทยา ร่วมกัน ระหว่างวันที่ 22-29 กรกฎาคม 2554 โดยมีประเทศต่างๆจากทั่วโลก เข้าร่วมการแข่งขัน 79 ประเทศ 

          ทั้งนี้ เป้าหมายของการแข่งขันก็เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้วิทยาการคอมพิวเตอร์และส่งเสริมให้เกิดการปรับปรุงการเรียนการสอน ทั้งนี้ เพื่อสร้างโปรแกรมเมอร์รุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง เพื่อรองรับความจำเป็นในการพัฒนาประเทศซึ่งยังขาดแคลนคนเก่งทางด้านนี้

          “เพื่อให้เด็กรู้เรื่องวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้นและสามารถแก้ ไขปัญหาเรื่องรอบตัวได้ ซึ่งจะทำให้เด็กไทยมองสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสนุกมากกว่าเรื่องยาก วิชาวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ เพื่อให้รู้ถึงปรากฎการณ์ต่างๆของโลก มันเกิดมาได้อย่างไร” ผู้อำนวยการ(สสวท.) กล่าว

ที่มาครูบ้านนอก.คอม