เมื่อ ซีพียู ทำงาน 100% เกิดอะไรขึ้น จะแก้ปัญหาอย่างไร?


          ปัญหานี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน อยู่ดีๆ เครื่องก็ร้อนขึ้น เปิด Task Manager ดูก็เจอว่ามีบางแอพพลิเคชันที่รันจนกินพลังงานของซีพียีซะเต็มเหนี่ยวทั้งที่เราไม่ได้สั่ง เราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร 

เมื่อระบบปฎิบัติการวินโดวส์ทำงานได้ช้าจนเกินกว่าที่จะอดทนรอ ความเป็นไปได้อย่างเดียวที่ทำให้การประมวลผลอยู่ดีๆ ก็อืดสุดๆ ไปเลยนั้น คือต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำงานผิดพลาดอยู่บนเครื่องแน่นอน ไม่โปรแกรมใดก็โปรแกรมหนึ่ง และทันทีที่โปรแกรมนั้นทำงานผิดพลาด ก็จะมีผลทำให้ซีพียูพุ่งขึ้นไปสูงจนเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ จนทำให้บางครั้งการปิดเครื่องก็เป็นวิธีที่จะหยุดปัญหานี้ที่ดีวิธีหนึ่ง แต่ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ยังยืน เพราะว่าคุณยังไม่รู้ที่มาของปัญหานั่นเอง

          การแก้ปัญหาวินโดวส์ที่มี Process กำลังใช้งานซีพียูในการประมวลผลอยู่นั้น ก็ถือว่าเป็นโปรแกรมหรือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโปรแกรมที่ทำงานเองแบบอิสระ อย่างในขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้ คอมพิวเตอร์ของผมก็มีแอพพลิเคชันถึง 9 ตัวที่กำลังทำงานอยู่ แต่รันอยู่ที่ 81 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเป็นต้น และไม่ได้ทำให้คอมพิวเตอร์ของผมค้างแต่อย่างใด ซึ่งหากคุณได้ปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่เรียบร้อยแล้ว แต่ปัญหาที่ว่ายังไม่จบแล้วละก็ คุณก็คงต้องทยอยๆ ปิดโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งานทิ้งไปทีละโปรแกรมครับ เพื่อหาต้นตอของปัญหานี้

          วิธีการตรวจสอบการทำงาน ให้คุณคลิ้กขวาที่ Taskbar และเลือกที่ Start Task Manager คลิ้กที่แถบ Processes แล้วตามไปดูที่คอลัมน์ CPU คลิ้ก 1 ครั้ง คุณจะเห็นได้ว่าประสิทธิภาพการทำงานที่ทำให้เครื่องมีปัญหานั้นจะอยู่ที่แถวบนสุดของรายการ และถ้าคุณต้องการปิดการทำงานขั้นตอนนี้ ให้เลือกไปที่ End Process ก็จะปรากฏข้อความแสดงออกมาให้คลิ้กไปที่ End Process อีกครั้ง บางโปรแกรมก็จะปิดลงไปหรือค้างที่หน้าจอซักพัก ถ้าปิดด้วยวิธีนี้แล้วการทำงานของคอมพิวเตอร์ ก็จะเรียกโปรแกรมนั้นกลับมาให้ทำงานปกติเหมือนเดิมไม่ได้ จนกว่าจะเปิดโปรแกรมที่คุณปิดไปขึ้นมาใหม่

          แต่ถ้ายังเกิดปัญหาต่อเนื่องอยู่ก็ให้ดูว่า มีการประมวลผลไหนที่ยังทำงานอยู่ โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ RunScanner.net หรือ ProcessLibrary.com ซึ่งทั้งสองเว็บนี้จะสอนให้คุณเรียนรู้วิธีรับมืออย่างละเอียด และยังค้นหาให้ใช้วิธีง่ายๆ ด้วยการใส่ชื่อเข้าไปในช่องค้นหาของเว็บไซต์ หลังจากนั้นถ้าคุณรู้สาเหตุว่าการประมวลผลของโปรแกรมไหนที่ทำให้เกิดปัญหานี้ ก็ให้ลองดูตัวอัพเดตที่มีการกำจัดบั๊กตามที่มีแอดเดรสปรากฏอยู่ ถ้าไม่พบก็ให้ถอนการติดตั้งโปรแกรมนั้น และเปลี่ยนไปใช้โปรแกรมอื่นที่มีคุณสมบัติการทำงานเหมือนกันแทน ก็น่าจะช่วยได้แน่นอน

สั่งให้สิ้นสุดการประมวลผลที่หน้า Window Task Manager กล่องข้อความเตือนก็จะปรากฏขึ้นเพื่อถามความแน่ใจตามความต้องการของคุณ

ที่มา : GooAB