10 โปรแกรมฟรีที่น่าใช้ ตอนที่ 4: โปรแกรมดูหนัง-แปลงไฟล์


1. โปรแกรมดูหนัง

          เวลาโหลดหนังมาแล้วดูไม่ได้ เนื่องจากไฟล์ที่ได้มานั้น มีการแปลง เข้ารหัส และผ่านกระบวนการเพื่อให้ได้คุณภาพไฟล์ที่ดีที่สุดในขนาดที่เหมาะสมในการดาวน์โหลดผ่านอินเทอร์เน็ต สิ่งที่คุณต้องการเพื่ให้อ่านไฟล์พวกนั้นได้อย่างไม่เป็นปัญหา เรียกว่า Codec ซึ่งรวมอยู่ในโปรแกรมที่ชื่อว่า K-Lite Mega Codec Pack โดยโปรแกรมชุดนี้จะรวบรวมเอา Codec สำหรับ เปิดไฟล์วิดิโอสารพัดรูปแบบเอาไว้เกือบหมด เรียกได้ว่าถ้าติดตั้งเข้าไปแล้วแทบจะไม่มีไฟล์ตัวไหนเลยที่ดูไม่ได้

                    นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมสำหรับดูหนังตัวเล็กที่ชื่อว่า Media Player Classic มาให้ดาวน์โหลดได้ที่ http://www.freecodecs.com/download/K_Lite_Mega_Codec_Pack.htm

          หลังจากติดตั้งแล้ว ใช้ค่าที่โปรแกรมตั้งมาให้ตั้งแต่เริ่มต้นจะดีที่สุด เพียงเท่านี้คุณก็สามารถดูวิดีโอได้เกือบทุกฟอร์แมตแล้ว โดยสามารถเรียกใช้งานได้จาก Media Player Classic ครับ

2.  โปรแกรมแปลงไฟล์

          ปัจจุบันอุปกรณ์ไอทีในชีวิตประจำวันมีมากขึ้นเรื่อยๆ การแปลงไฟล์เพื่อให้เหมาะสม หรือสามารถนำไปเล่นบนเครื่องเหล่านั้นได้จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ

          โปรแกรมที่ดูเหมือนจะสามารถแปลงไฟล์ได้สารพัดรูปแบบ แถมยังเป็นฟรีแวร์ด้วยคงหนีไม่พ้น โปรแกรมที่ชื่อว่า Format Factory

          สามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://www.formatoz.com/     สำหรับจุดเด่นของ Format Factory นั้นคือความสามารถในการแลงไฟล์ได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไฟล์หนังวิดีโอ หรือไฟล์เพลง อีกทั้งยังรองรับการทำงานร่วมกับไฟล์ ISO
เพื่อความสะดวกในการ Rip หนังจากแผ่นดีวีดีด้วย

          หลังจากติดตั้งเรียบร้อย คุณจะต้องเลือก Output ที่ต้องการให้ไฟล์ที่แปลงออกมาเป็นรูปแบบไหน (มีออปชันให้ละเอียดยิบ) จากนั้นก็ลากไฟล์ที่ต้องการแปลงเข้ามาในหน้าต่างโปรแกรม แล้วกด OK ยืนยัน เมื่อพร้อมแล้วก็กดปุ่ม Start ที่หน้าต่างโปรแกรมหลักเพื่อเริ่มแปลงไฟล์

3.  โปรแกรมสำหรับดู Flash

          หากคุณเปิดเว็บไซต์ที่มีการใช้งาน Flash แล้ว Flash ไม่ขึ้นหรือเกิด Error ซึ่งมักจะเกิดกับเครื่องที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ทำให้ไม่สามารถใช้งานหรืออ่านข้อมูลจากเว็บได้ สาเหตุเป็นเพราะเว็บบราวเซอร์ที่ใช้งานยังไม่ได้ติดตั้ง Plug-in สำหรับเล่น Flash นั่นเอง

          การติดตั้ง Flash Plug-in หรือ Flash Player นั้นสามารถติดตั้งได้จากเว็บบราวเซอร์ทันทีที่พบว่ายังไม่ได้มีการติดตั้ง ถ้าเป็น IE จะมีแถบสีเหลืองเตือนขึ้นมาที่ขอบด้านบนของเว็บ
ส่วนถ้าเป็น Firefox จะให้คลิกบริเวณที่แสดง Flash ไม่ขึ้น เพื่อติดตั้ง Plug-in เพิ่มเติม

        อีกทางเลือกหนึ่งหากคุณไม่ต้องการรอให้เกิดปัญหาขึ้นมาก่อนแล้วค่อยไปติดตั้ง สามารถเข้าไปติดตั้ง Flash แบบออนไลน์ได้เองในเว็บไซต์ www.adobe.com

          ส่วนคนที่ต้องการเล่นไฟล์ Flash อย่างเช่น SWF ที่อาจจะโหลดมาเก็บไว้ ก็สามารถจะสั่งเล่นผ่านบราวเซอร์ที่คุณใช้งานได้ทันที โดยเปิดบราวเซอร์ขึ้นมา แล้วลากไฟล์ Flash ที่มีอยู่ในเครื่องไปไว้ในหน้าต่างบราวเซอร์เพื่อเล่น Flash ได้เลย

 

ที่มา :  ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์

2 thoughts on “10 โปรแกรมฟรีที่น่าใช้ ตอนที่ 4: โปรแกรมดูหนัง-แปลงไฟล์

ปิดการแสดงความเห็น